เข้าใจลักษณะตราสารอนุพันธ์ deivative – Future vs Forward คืออะไร ลงทุนอะไรดี

ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จัก การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ 2 ชนิด ที่มีความคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือ ฟิวเจอร์ Future และ ฟอเวิร์ด Forward กันนะคะ ซึ่งทั้งสองชนิดเป็นตราสารอนุพันธ์ หรือ Derivative ชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อบางวัตถุประสงค์ทางการเงิน เช่น การบริหารความเสี่ยง (risk management ) การเก็งกำไร (Speculative)

Forward (ฟอเวิร์ด)

เป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่ง ที่สองฝ่ายตกลงซื้อขายกัน เช่น การทำสัญญาซื้อขายสินค้า หุ้น อื่นๆ ซึ่งสัญญาแบบนี้เป็นแบบผูกมัด หมายถึง ทั้งคู่จำเป็นต้องทำสัญญา ซื้อขายกันในอนาคต ไม่ว่าราคาสินค้าในตลาดจะเป็นเท่าไร โดยราคาจะถูกตั้งไว้ ณ วันที่ทำสัญญา

เราจะเรียกผู้ที่ตกลงซื้อ ว่า LONG position โดยมีเป้าหมายคือการได้ซื้อราคาที่ถูกในอนาคต

ส่วน ผู้ขาย เราจะเรียกว่า SHORT position โดยมีเป้าหมายที่ขายราคาแพงในอนาคต 

โดยในสัญญาจะทำการระบุแบบเจาะจง ดังนี้

1.ชนิด ลักษณะของสินค้า และ จำนวนสินค้า

2.การขนส่ง เช่น เวลา วันที่ สถานที่

3.ราคา ที่ผู้ซื้อจะจ่ายวันที่นำมาส่ง

หลักการคิดง่ายๆ เช่น ถ้าเราสัญญากับคนขายไอศครีมว่า เราจะซื้อไอศครีมในราคา 10 บาทในเดือนหน้า พอถึงเดือนหน้า เราซื้อไอศครีมให้เพื่อนในราคา 12 บาท อาจะเนื่องด้วยสาเหตุบางประการเช่น อากาศร้อน ราคาไอศครีมมีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้ผู้ขายที่ทำสัญญาตกลงไว้ขาดทุน 2 บาท

ในความเป็นจริงหรือในทางปฎิบัติ การทำสัญญาแบบนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า OTC หรือ over the counter หมายถึงการทำสัญญาแบบไม่เป็นทางการ เช่น ไม่ได้ทำกับสถาบันการเงิน อาจเป็นการทำสัญญาที่ตกลงกันเอง อาจจะมีการผิดสัญญา หรือนัดชำระได้

ตัวอย่าง วันที่ 1 พฤษภาคม ทำสัญญา Long forward โดยใช้ เงินดอลล่าร์ เพื่อซื้อค่าเงินต่างประเทศจำนวน 1 ล้านยูโร ใน 6 เดือนข้างหน้า ที่เรท 1.5532 , สัญญาหมดอายุ วันที่ 1 พฤศจิกายน 

ณ วันที่สัญญาหมดอายุ 

ถ้า ราคาตลาด ( spot ) ราคา =  2 หมายถึงต้องเสียเงินมากขึ้นในการซื้อ เพราะค่าเงินดอลล่าร์ที่ต่ำลง

สัญญา forward ได้กำไร  = 2 – 1.5532 

ผลรวม (Net) = -2+ (2.000-1.5532) = -1.5532

ยอดรวมที่ต้องจ่าย คือ $ 1,553,200 สำหรับ 1ล้านยูโร

จะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าเราจะได้กำไรจากการทำสัญญาฟอเวิร์ด แต่ก็ต้องขาดทุนจาก ค่าเงินที่ต้องจ่ายสูงขึ้นโดยมีมูลค่าเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเป็นต้องคิดถึงกำไรที่ได้ รวมกับ สิ่งที่ต้องจ่าย ณ วันหมดอายุสัญญาว่าแท้จริงแล้ว สัญญานี้ขาดทุนหรือได้กำไร

Future (ฟิวเจอร์)

เป็นตราสารอนุพันธ์อีกประเภทหนึ่ง หลักการ เหมือนกันกับ ฟอเวิร์ด  ที่สองฝ่ายตกลงซื้อขายกัน เช่น การทำสัญญาซื้อขายสินค้า หุ้น อื่นๆ ซึ่งสัญญาแบบนี้เป็นแบบผูกมัด หมายถึง ทั้งคู่จำเป็นต้องทำสัญญา ซื้อขายกันในอนาคต ไม่ว่าราคาสินค้าในตลาดจะเป็นเท่าไร โดยราคาจะถูกตั้งไว้ ณ วันที่ทำสัญญา

ข้อแตกกต่างกับ ฟอเวิร์ด คือ การทำสัญญาแบบนี้เป็นการทำสัญญาแบบเป็นทางการ คือต้องทำกับสถาบันการเงิน Exchange ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการทำสัญญาที่ตกลงกันเอง ป้องกันการผิดนัดสัญญาได้ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมากกว่า

ใครที่คิดว่าจะลงทุนอะไรดี ควรศึกษาการลงทุนในอนุพันธ์ทั้งสองชนิด โดยต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ ที่เราต้องการลงทุน รวมทั้ง สิ่งที่เรียกว่า Payoff เพราะการลงทุนแบบนี้ย่อมมีฝ่ายหนึ่งได้ประดยชน์จากการที่ฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบหรือ ที่เรียกว่า Zero Sum

Leave a Replay

About Me

ชอบที่จะแบ่งปันความรู้ ในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ เรื่อง ลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี หรือหลักแนวคิด mindset ที่สอดแทรกในเนื้อหา  และไม่พลาดที่จะอัพเดทรู้ใหม่ๆ ข่าวสาร และช่องทางการลงทุน อัพเดทให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

Recent Posts

Sign up for our Newsletter