เปรียบเทียบการคิดต้นทุนการขาย FIFO LIFO Weight-Average สำหรับผู้ลงทุนทำธุรกิจมือใหม่ พร้อมแจกตัวอย่าง

วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจการคิดต้นทุนขายแบบต่างๆกันนะคะ โดยเปรียบเทียบหลักการที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน ได้แก่FIFO LIFO และ Weight-Average พร้อมทั้งตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจมากขึ้นถึงวิธีการคิด และความแตกต่างที่สามารถนำไปใช้ให้เหมาะสมได้อีกด้วยค่ะ

1.การคิดต้นทุน แบบ FIFO

1234567
รายการจำนวนต้นทุนมูลค่าที่ซื้อเพิ่มต้นทุนขายมูลค่าที่ขายได้มูลค่า สินค้าคงเหลือจำนวน
Dec. 31สินค้าคงเหลือ160203,200.00160.00
Jan. 2ซื้อเพิ่ม100222,200.005,400.00260.00
Jan. 6ขาย180403,640.007,200.001,760.0080.00
Jan. 9ซื้อเพิ่ม75241,800.003,560.00155.00
Jan. 10ขาย50451,100.002,250.002,460.00105.00
Jan. 23ซื้อเพิ่ม100252,500.004,960.00205.00
Jan. 30ขาย130483,085.006,240.001,875.0075.00
7,825.0015,690.001,875.0075.00
รายได้15,690.00
ต้นทุนขาย7,825.00
กำไร7,865.00
สินค้าคงเหลือ1,875.00

โดยทั่วไปเราจะเริ่มคิดจากสินค้าคงเหลือจากเดือนที่แล้วว่ามีมูลค่าและจำนวนเป็นเท่าไร จึงจะนำมารวมกับสินค้าที่ซื้อมาขายเพิ่มในเดือนนั้น และหักลบกับสินค้าที่ขายออกไป ซึ่งหลักการสำคัญโดยเริ่มคิดต้นทุนขาย จากสินค้าที่ซื้อมาก่อน เช่น วันที่ 6 ขายสินค้า ไป 180 ชิ้น โดย 160 ชิ้นจะถูกคิด โดยใช้ต้นทุน ที่ซื้อมาครั้งแรก คือ 20 รวมกับอีก 20 ชิ้นที่เหลือจะถูกคิดที่ต้นทุน 22 

ส่วนมากจะใช้คิดต้นทุนสินค้าที่เป็นของอุปโภค บริโภค เพราะเนื่องจากมีวันที่หมดอายุ 

2.การคิดต้นทุน แบบ LIFO

1234567
รายการจำนวนต้นทุนมูลค่าที่ซื้อเพิ่มต้นทุนขายมูลค่าที่ขายได้มูลค่า สินค้าคงเหลือจำนวน
Dec. 31สินค้าคงเหลือ160203,200.00160.00
Jan. 2ซื้อเพิ่ม100222,200.005,400.00260.00
Jan. 6ขาย180403,800.007,200.001,600.0080.00
Jan. 9ซื้อเพิ่ม75241,800.003,400.00155.00
Jan. 10ขาย50451,200.002,250.002,200.00105.00
Jan. 23ซื้อเพิ่ม100252,500.004,700.00205.00
Jan. 30ขาย130483,200.006,240.001,500.0075.00
8,200.0015,690.001,500.0075.00
รายได้15,690.00
ต้นทุนขาย8,200.00
กำไร7,490.00
สินค้าคงเหลือ1,500.00

โดยทั่วไปเราจะเริ่มคิดจากสินค้าคงเหลือจากเดือนที่แล้วว่ามีมูลค่าและจำนวนเป็นเท่าไร จึงจะนำมารวมกับสินค้าที่ซื้อมาขายเพิ่มในเดือนนั้น และหักลบกับสินค้าที่ขายออกไป ซึ่งหลักการสำคัญโดยเริ่มคิดต้นทุนขาย จากสินค้าที่ซื้อมาทีหลัง เช่น วันที่ 6 ขายสินค้า ไป 180 ชิ้น โดย 100 ชิ้นจะถูกคิด โดยใช้ต้นทุน ที่ซื้อมาครั้งแรก คือ 22 รวมกับอีก 80 ชิ้นที่เหลือจะถูกคิดที่ต้นทุน 22 

ส่วนมากจะใช้คิดต้นทุนสินค้าที่ไม่เน่าเสียง่าย เช่น อสังหาริมทรัพย์ เพราะเนื่องจากสินค้าไม่มีวันที่หมดอายุ

3.การคิดต้นทุน แบบ Weight-Average

เราจะใช้วิธีการคิดต้นทุนแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราผลิต หรือขายสินค้าที่มีราคาไม่ต่างกันมา ต่างจาก FIFO ที่ใช้คิดสินค้ามีวันหมดอายุ และ LIFO จะใช้สำหรับสินค้าที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาซื้อขายตามราคาตลาด เช่น เทคโนโลยี และบ้านคอนโด

12345678
รายการจำนวนต้นทุนมูลค่าที่ซื้อเพิ่มต้นทุนขายมูลค่าที่ขายได้มูลค่า สินค้าคงเหลือจำนวนต้นทุนเฉลี่ย
Dec. 31สินค้าคงเหลือ160203,200.00160.0020
Jan. 2ซื้อเพิ่ม100222,200.005,400.00260.0020.76923077
Jan. 6ขาย180403,738.467,200.001,661.5480.0020.76923077
Jan. 9ซื้อเพิ่ม75241,800.003,461.54155.0022.3325062
Jan. 10ขาย50451,116.632,250.002,344.91105.0022.3325062
Jan. 23ซื้อเพิ่ม100252,500.004,844.91205.0023.63372269
Jan. 30ขาย130483,072.386,240.001,772.5375.0023.63372269
7,927.4715,690.001,772.5375.0023.63372269
รายได้15,690.00
ต้นทุนขาย7,927.47
กำไร7,762.53
สินค้าคงเหลือ1,772.53

โดยทั่วไปเราจะเริ่มคิดจากสินค้าคงเหลือจากเดือนที่แล้วว่ามีมูลค่าและจำนวนเป็นเท่าไร จึงจะนำมารวมกับสินค้าที่ซื้อมาขายเพิ่มในเดือนนั้น และหักลบกับสินค้าที่ขายออกไป ซึ่งหลักการสำคัญของต้นทุนเฉลี่ย (8) จะใช้มูลค่าสินค้าคงเหลือ (6) หารด้วย จำนวนสินค้า (7)

ซึ่งถ้าเปรียบเทียบความแตกต่างของวิธีการคิดต้นทุนเทียบกับวิธีการอื่นๆ โดยปกติถ้าคิดแบบFIFO จะมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด ตรงข้ามกับ LIFO ส่วนแบบถัวเฉลี่ยจะมีต้นทุนที่คำนวณได้อยู่ระหว่าง 2 วิธีนี้ เพราะฉะนั้น การเลือกวิธีคิดต้นทุนจึงสำคัญกับการรับรู้กระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจรวมถึงภาษีที่ต้องจ่ายในปริมาณที่ต่างกันอีกด้วย

Leave a Replay

About Me

ชอบที่จะแบ่งปันความรู้ ในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ เรื่อง ลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี หรือหลักแนวคิด mindset ที่สอดแทรกในเนื้อหา  และไม่พลาดที่จะอัพเดทรู้ใหม่ๆ ข่าวสาร และช่องทางการลงทุน อัพเดทให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

Recent Posts

Sign up for our Newsletter