เพิ่งเริ่มทำแบรนด์ ลงทุน ทำธุรกิจ ต้องวางแผนการตลาดให้เป็น แจกหลักการ เริ่มต้นคิด วางแผนการตลาดแบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

ก่อนจะเริ่มวางแผนทำการตลาด ต้องเข้าใจหลักการทั่วไป ของการตลาดก่อน เช่น เราจะขายอะไร ขายใคร ขายยังไง ส่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตอบคำถามตัวเอง 3-4 คำถามแล้วจะพอ การทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ ด้องเริ่มต้นที่จะ ตอบคำถามให้ได้หลายมุมมอง วางแผนทั้ง กลยุทธ์ (strategy) และ ชั้นเชิง (tactics) ในบทความหน้าจะพูดถึงว่า 2 อย่างนี้แตกกต่างกันอย่างไร เพราะบางทีเราก็สามารถสับสนได้เช่นกัน 

วันนี้จะพูดถึง หลักการโดยรวม ว่าการวางแผนการตลาดต้องเข้าใจหลักการเหล่านี้ก่อน

1.สถานการณ์โดยรวม Situation Analysis

สถานการณ์โดยรวมของตลาด จะพูดถึงในหลายๆแง่ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกับธุรกิจทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

1. Macroeconomics

โดยเราต้องมองให้ออกว่าในภาพใหญ่ เป็นอย่างไร เช่น แนวโน้มประชากร แนวโน้ม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

2.Industry

อุตสาหกรรมที่เรากำลังจะทำมีลักษณะเป็นอย่างไร คู่แข่งเยอะไหม ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองมากน้อยเท่าไร มีสินค้าทดแทนไหม ถ้าผู้ค้ารายใหม่เข้ามามีความสามารถแข่งขันเพียงพอหรือไม่ โดยทั่วไป จะใช้ Five Force Analysis มาช่วยในการวิเคราะห์สภาพของอุตสาหกรรม

Five Force Analysis

1.อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ Power of Buyer – อำนาจการต่อรองที่ผู้ซื้อที่สูง หมายถึง ผู้มีจำนวนจำกัดในตลาด ทำให้ผู้ขายต้องพยายามที่จะได้ลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อกินส่วนแบ่งในอุสาหกรรม

2.อำนาจการต่อรองของผู้ขาย Power of Suppliers – อำนาจการต่อรองของผู้ขายที่สูง หมายถึง ผู้ขายหรือผู้ผลิตก่อนหน้าในอุตสากรรม มีจำนวนจำกัด ทำให้มีอำนาจในการขึ้นราคาหรือตัดขายที่จำนวนจำกัด

3.การเข้ามาของผู้ค้ารายใหม่ Threat of new entrants – ผู้ค้ารายใหม่ สามารถส่งผลต่อทั้งระบบ เช่นถ้า ผู้ค้ารายใหม่มีจำนวนมากขึ้นและเข้ามาง่าย อาจจะมีความได้เปรียบที่ผุ้มาก่อนไม่สามารถทำได้ ทำให้ส่วนแบ่งของทั้งอุตสาหกรรมลดลง

4.การแข่งขันภายในอุตสากรรม -Rivalry – การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน ถ้ามีการแข่งขันสูง จะเห็นได้ว่ามีการแข่งขันทำโปรโมชั่นค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดยอดขายมากกว่าคู่แข่ง

5.สินค้าทดแทน – Threat of substitute product – สินค้าทดแทน หมายถึง ถ้าไม่มีสินค้าชนิด A ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้า B ทดแทน เพื่อตอบสนองความพอใจที่เท่ากัน ถ้าในอุตสาหกรรม ถ้ามีสินค้าทดแทนมาก ย่อมเป็นภัยต่อหลายธุรกิจในอุตสาหกรรม

3.Market

ลักษณะตลาดโดยรวม เช่น การเติบโตของตลาดนี้ ส่วนแบ่งเป็นอย่างไร

4.Customer Behavior

ลักษณะผู้บริโภคมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ในปัจจุบัน

5.Company analysis – SWOT

วิเคราะห์ลักษณะของบริษัท หรือ วิเคราะห์ภายในองค์กร ว่ามีจุดแข็งจุดอ่อน โอกาส หรือ ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง

S – Strength – จุดแข็งของบริษัท,จุดขาย ความพิเศษของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร, ความสามารถ

W- Weaknesses – จุดอ่อนของบริษัท,ปัญหา อุปสรรค, ข้อจำกัด

O – Opportunity – โอกาสที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อตัวบริษัทในอนาคต, แนวทางการพัฒนา

T -Threat – ภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น, เทรนด์, การแข่งขัน

2.Marketing Strategy กลยุทธ์ทางการตลาด

ขั้นตอนนี้เป็นจุดที่สำคัญที่เราต้องวางแผนให้ดี โดยเริ่มตั้งแต่เป้าหมายที่เราต้องการจะทำให้สำเร็จ หลายคนอาจจะตั้งเป้าไว้หลวมๆ แต่ที่จริงแล้ว การมีเป้าที่ยิ่งใหญ่เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราวางแผนเพื่อบรรลุทั้งในด้านการเงิน และ ด้านที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน

รวมถึงส่วนต่อมา เราจะต้องเข้าใจว่าลูกค้าเราเป็นใคร โดยการแบ่ง Market segmentation ว่าลูกค้าเรามีลักษณะโดยทั่วไปเป็นอย่างไร ต้องการอะไร นิสัย การใช้ชีวิตอย่างไร ที่เราจะดึงเขามาเป็นลูกค้าหลักเรา ส่วนต่อมาคือ Targeting หรือการตั้งเป้าหมายลูกค้า ต้อง ลงลึกจากส่วนก่อนหน้าเข้าไปอีกว่าลูกค้าที่เราที่เราตั้งเป้าเอาไว้ เราจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะวัด ที่จะเข้าถึง หรือ จับจุดถึงความต้องการของคนเหล่านี้ได้ ส่วนสุดท้ายคือ การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ Positioning หรือการมองตัวเองจากมุมมองภายนอกว่าสินค้า หรือ แบรนด์เราอยู่จุดไหนของตลาด มีอะไรที่แตกต่าง จุดขาย ข้อได้เปรียบต่างๆ รวมถึง Brand Mantra หรือคล้ายๆ สโลแกนที่เราต้องการจะสื่อถึงความเป้นตัวตน ภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อให้คนจดจำ

3.Marketing Tactics ชั้นเชิงทางการตลาด

เป็นส่วนที่จะพูดถึง ชั้นเชิงที่เราจะใช้ในการทำให้ลูกค้าซื้อของเรา ซึ่งจะมองในมุมที่เป็นการใช้ได้จริงในปัจจุบันมากกว่ากลยุทธ์ ซึ่งในส่วนนี้เราอาจจะวิเคราะห์ใน 4 ส่วน หรือ 4P ได้แก่ Product (สินค้า) Price(ราคา) Place(ช่องทางการขาย) Promotion(การสื่อสาร หรือ การส่งเสริมการขาย) ซึ่งแต่ละส่วนเราจะต้องลงลึกถึงกิจกรรมที่เราจะใช้กับธุรกิจเป็นรูปธรรม เช่น การตั้งราคาเราจะตั้งราคาแตกต่างกันอย่างไร ถ้ามีส่วนลด เราจะต้องลดให้เท่าไร จุด คุ้มทุนอยู่ที่เท่าไร 

เปรียบเทียบความแตกต่าง Strategy Vs Tactics

ซึ่งหัวใจสำคัญของการวางแผนการตลาดมีเท่านี้ แต่รายละเอียดหัวข้อย่อยจะค่อนข้างลงลึกมาก และบางหลักการเราอาจจะไม่สามารถนำมาใช้กับธุรกิจเราได้ทุกส่วน ขอเพียงแค่เราเข้าใจหลักการที่สำคัญเบื้องต้นก็จะสามารถต่อยอดในการคิดแบบเชิงลึกได้เป็นอย่างดีค่ะ ซึ่งเราอาจจะเขียนในบทความนี้อาจจะไม่หมด ต้องขออนุญาตเขียนต่อในบทความถัดไปนะคะ

Leave a Replay

About Me

ชอบที่จะแบ่งปันความรู้ ในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ เรื่อง ลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี หรือหลักแนวคิด mindset ที่สอดแทรกในเนื้อหา  และไม่พลาดที่จะอัพเดทรู้ใหม่ๆ ข่าวสาร และช่องทางการลงทุน อัพเดทให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

Recent Posts

Sign up for our Newsletter