Blockchain และ Smart Contract ข้อได้เปรียบที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตจริง ลงทุน ซื้อขายอสังหา บ้าน คอนโด ที่ดิน จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

วันนี้เราจะมาพูดถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี บล็อกเชน blockchain ที่หลายที่บนโลกได้นำมาใช้จริงในการซื้อขายแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน ซึ่งเป็นการซื้อขายที่มีความซับซ้อนมาก และต้องอาศัยคนที่เป็นตัวกลางในการดำเนินงานหลายฝ่าย ทำให้ blockchainจึงอาจจะกลายเป็นทางเลือกหลักให้กับวงการอสังหาในยุคอนาคต 

ซึ่งบทความนี้จะขอนำเสนอถึงหลักการคร่าวๆที่เป็นได้ได้ รวามถึงเป็นไปแล้ว ในชีวิตจริง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการซื้อขายแลกเปลี่ยน มีความสะดวกมากขึ้น เพราะเนื่องจากปัจจุบัน เราทราบดีอยู่แล้วว่า ถ้าคิดจะซื้อบ้าน คอนโด สักที่ เราต้องคิดอยู่นานพอสมควร เพราะ วิธีการที่ซับซ้อน ราคาที่สูง ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงคนที่เข้ามามีบทบาท ก็มีมีหลายส่วนที่จะต้องคุยกับผู้ซื้อ ขอเอกสาร เช็คแล้วเช็คอีกจนกระทั่งแน่ใจว่าทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยทั่วไป สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่น 

1.ประเทศ รัฐ ภูมิภาค

สถานที่ที่จะทำการซื้อขาย เนื่องจากแต่ละที่มีกฏระเบียบที่แตกต่างกันในการซื้อขายอสังหา

2.ประเภทของอสังหา

บ้านหรือคอนโดแต่ละประเภทก็ย่อมมีหลักเกณฑ์การซื้อขาย รวมถึงภาระทางภาษีที่แตกต่างกัน

ซึ่งหลักการการทำงานของเทคโนโลยีบล็อกเชน ช่วยให้การทำงานง่ายมากยิ่งขึ้น โดยบล็อกเชนจะเก็บและสร้างโค้ดcode ที่เฉพาะขึ้นมาในแต่ละรัฐ ประเทศ ที่มีความแตกต่างด้านกฏระเบียบเฉพาะ และจะมีตัวที่มาช่วยรวมรวม ข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงข้อมูลการซื้อขายไว้ในสัญญาที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ที่ดูแล้วอาจจะคล้ายกับใบเสนอราคา ที่เราจะขอให้ผู้ขายออกให้ก่อนเพื่อดูรายละเอียดราคา ณ วันนั้น เราเรียกใบนี้ว่า smart contract ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นมาในแต่ละครั้งที่ผู้ขายป้อนข้อมูลเข้าไปในคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ แล้วระบบบสร้างสัญญานี้ขึ้นมา เป็นตัวที่รวบรวม ข้อมูลอัพเดทราคาล่าสุด ณวันนั้น ข้อกำหนดต่างๆ รายละเอียดเกี่ยวกับ อสังหา และอื่นๆ ทำให้ทุกอย่างดูง่ายและรวดร็ว ในการตกลงราคา และเมื่อมีการตกลงราคาที่แน่นอน ผู้ขายก็สามารถส่ง digital signature ให้ลูกค้าเซ็นได้เพื่อพิสูจน์ตัวตนและอัพเดทข้อมูลในระบบ

ผลลัพท์ที่ออกมาค่อนข้างน่าพอใช้ในการใช้งาน แต่การวางระบบจัดการ การพิสูจน์อัตลักษณ์ ตัวบุคคล เป็นเรื่องที่ยาก เพราะการใส่ข้อมูลในระบบย่อมต้องมีการใส่ข้อมูลที่แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นขนาด เจ้าของ location อื่นๆ โดยการใส่ โลเคชั่นที่แม่นยำ ผูกกับ ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของจริง รวมถึงลายนิ้วมือ เพื่อให้ระบบผูก โค้ดที่เฉพาะของอสังหาเหล่านั้น ป้องกันการหลอกลวง จากการซื้อขายได้ 

การสร้างสัญญาอัจฉริยะด้านอสังหาริมทรัพย์

เทคโนโลยีบล็อกเชนนำเสนอความเร็วที่เหนือชั้นผ่านการสร้างสัญญาอัจฉริยะ เฉพาะตัว ซึ่งไม่ต้องการการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม สัญญาดิจิทัลเหล่านี้เทียบเท่ากับเอกสารสัญญาที่เมื่อสร้างขึ้นมาแล้วมีลักษณะเฉพาะ ไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม สัญญาเหล่านี้อนุญาตให้ฝ่ายต่างๆ รักษาความปลอดภัยข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่และเพื่อป้องกันการแก้ไข

ในทางปฏิบัติ smart contracts ส่วนใหญ่ใช้ในการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย มูลค่า ของอสังหาริมทรัพย์ อัตโนมัติ ในรูปแบบของสกุลเงินดิจิตอล หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยต์ ซึ่งรายการบัญชีทั้งหมดที่สอดคล้องกับการแลกเปลี่ยนค่าดิจิทัลเหล่านี้จะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติในบล็อคเชน ทำให้การถ่ายซื้อขายแลกเปลี่ยน และส่งมอบสินทรัพย์ สามารถมองเห็นได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้

การซื้ออสังหาริมทรัพย์

เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงนี้สามารถอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ผ่านสกุลเงินดิจิทัล ในความเป็นจริง บริษัทสตาร์ทอัพบางรายกำลังซื้อขายบ้านในสกุลเงินดิจิทัลเพื่อใช้ในการชำระเงิน เพื่อความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

การเข้ามาถึงของเงินทุนรูปแบบใหม่ หมายความว่ามีการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อและขายสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะ หากผู้ซื้อต้องการคำข้อมูล คำแนะนำ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเผชิญกับสกุลเงินที่ผันผวนอย่างยิ่งเหล่านี้ นักลงทุนหลายคนมองว่าวิธีการชำระเงินใหม่เหล่านี้เป็นทางเลือกหนึ่งในการข้ามขีดจำกัดต่างๆที่กำหนดไว้สำหรับจำนวนเงินโอนระหว่างประเทศที่มีข้อบังคับใช้ในบางประเทศ

นอกจากการซื้อขายที่เป็นประโยชน์ดดยตรงต่อผุ้บริกภคแล้ว ประโยชน์ของ blockchain ที่มีต่อภาคอุสาหกรรม บ้านและคอนโดยังมีอีกมาก เช่น ด้านการจัดหาแหล่งเงินทุน

blockchain ส่งผลกระทบต่อการจัดหาเงินทุนทางเลือกสำหรับอสังหาริมทรัพย์อย่างไร


การจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่เป็นเรื่องยาก บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 29% เมื่อทำงานร่วมกับสถาบันการธนาคารในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อแหล่งเดียว พวกเขายังเผชิญกับความท้าทายกับแหล่งเงินกู้หลายแห่งเนื่องจากการจัดหาเงินทุนจำนวนมากอาจเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ

Blockchain ช่วยลดความยุ่งยากในการเข้าถึงรูปแบบการจัดหาเงินทุนทางเลือกโดยอำนวยความสะดวกในการจัดการนักลงทุนสำหรับนักพัฒนา และสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสในการลงทุนและการติดตาม ROI อย่างต่อเนื่องสำหรับนักลงทุน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้บล็อคเชนสามารถตั้งโปรแกรมสำหรับการจัดจำหน่ายทั่วโลก วิธีการเข้าถึงการลงทุนที่ง่ายขึ้นเหล่านี้ทำให้ประสบการณ์ของนักลงทุนมีความง่ายขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน และปลดล็อกการเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่กว้างขึ้น

blockchain ส่งผลกระทบต่อสินเชื่อและการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างไร?


แหล่งเงินกู้และการรับประกันภัยยังคงไม่ได้มาตรฐานที่เป็นกลางมากนัก และต้องอาศัยเอกสารที่เป็นกระดาษ โครงสร้างการรักษาความปลอดภัยค่อนข้างเปิดกว้างสำหรับการตีความ และต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการค้ำประกันซ้ำซ้อน การตัดสินใจซื้อขายและให้บริการสินทรัพย์มักใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย และสุดท้าย การกระทบยอดเงินสดในเหตุการณ์ตลอดวงจรชีวิตมักทำให้เกิดความล่าช้าในการชำระบัญชี ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสดของนักลงทุน

Blockchain นำเสนอข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วแก่สถาบันการเงินในเวอร์ชันเดียว การแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย การตรวจสอบธุรกรรมที่ไม่เปลี่ยนรูป และการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดยการแปลงเงินกู้หรือการจำนองเป็นดิจิทัล สามารถตั้งโปรแกรมให้รวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิ์ความเป็นเจ้าของและประวัติการชำระเงินกู้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการให้บริการในอนาคต สัญญาอัจฉริยะสามารถใช้เพื่อรวบรวมและแจกจ่ายการชำระเงินให้กับผู้ถือผลประโยชน์ และส่งมอบการรายงานตามเวลาจริงไปยังหน่วยงานกำกับดูแล สิ่งนี้ให้การจัดการวงจรชีวิตที่มีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นใจในตลาดรองโดยให้ผู้ลงทุนพิสูจน์ประสิทธิภาพของสินทรัพย์

blockchain ส่งผลกระทบต่อการจัดการทรัพย์สินอย่างไร?

บริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ต้องทนต่อการกำกับดูแลพอร์ตการลงทุนทั่วโลกที่ไม่มีประสิทธิภาพ บล็อกเชนอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย เพิ่มความคล่องตัวในการรวบรวมค่าเช่าและการชำระเงินให้กับเจ้าของทรัพย์สิน และยังให้การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะระดับพรีเมียมในพอร์ต อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังสร้างข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างมากเพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดสินใจที่ดีขึ้น

blockchain ส่งผลกระทบต่อการชำระเงินและการเช่าซื้ออย่างไร?

เทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย ช่วยให้สามารถลงนามและจ่ายสัญญาเช่าแบบออนไลน์ได้ การดำเนินการนี้ช่วยขจัดความจำเป็นในการกระทบยอดด้วยตนเอง และทำให้การจ่ายค่าเช่าและเงินปันผลแก่เจ้าของทรัพย์สินเป็นไปอย่างอัตโนมัติ สัญญาอัจฉริยะยังทำให้การชำระเงินและค่าธรรมเนียมประเภทอื่นๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติเพื่อจูงใจให้เกิดพฤติกรรมที่ดีจากผู้เช่า เจ้าของบ้าน และผู้ให้บริการ

Leave a Replay

About Me

ชอบที่จะแบ่งปันความรู้ ในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ เรื่อง ลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี หรือหลักแนวคิด mindset ที่สอดแทรกในเนื้อหา  และไม่พลาดที่จะอัพเดทรู้ใหม่ๆ ข่าวสาร และช่องทางการลงทุน อัพเดทให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

Recent Posts

Sign up for our Newsletter