Internet of Things หรือ IoT คืออะไร

IoT (Internet of things)

หมายถึงเครือข่ายรวมของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ให้เชื่อมถึงกันด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน ผ่านระบบคลาวน์ หรือ อุปกรณ์ด้วยกันเอง ซึ่งหมายถึงอุปกรณืต่างๆที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาดภายในบ้าน ของใช้ส่วนตัว ในอนาคตสามารถสั่งการจากระยะไกลได้ หรือได้ด้วยตัวเอง ในโลกแห่งยุคเทคโนโลยี ธุกิจจึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก ลงทุนในเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มาช่วยในการทำบัญชี หุ่นยนต์มาช่วยในเรื่องของการดำเนินงาน มากขึ้นเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และ ยั่งยืนมากขึ้น

1.AI 

ลองจินตนาการว่าเครื่องจักร เครื่องมือสิ่งต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานในด้านต่างๆ และสามารถตอบสนองการสั่งการของมนุษย์เท่านั้น แต่ถ้าเครื่องจักร หรือเครื่องมือต่างๆสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น หรือตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์สั่งการในทุกๆขึ้นตอน

หลายๆคนก็คงเคยได้ยินคำว่า A I (เอ ไอ) หรือ ที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก สองส่วนหลักๆ คือ การนำข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) และ การเขียนโค้ด (code) ให้กับเครื่องจักร เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีต่างๆ ให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรจริง ๆ 

โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เมื่อเครื่องจักรกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ AI สามารถเข้าใจคำสั่ง สามารถเชื่อมโยงจุดข้อมูล และตัดสินได้ พวกเขามีชุดการให้เหตุผล การสังเกต และการวางแผน ได้อย่างฉลาด

ลองจินตนาการว่าถ้าเราต้องการออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เพื่อติดต่อธุรกิจ เครื่องมืออัจฉริยะสามารถให้ข้อมูลสภาพอากาศและคำแนะนำการเดินทางโดยอัตโนมัติ หรือถ้าอยากจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดขนาดใหญ่ บอทอัจฉริยะ สามารถที่จะช่วยเหลือคำเชิญ ทำการจอง และแจ้งเตือน

หรือแม้แต่การทำการตลาดในอนาคต  ผู้ช่วย AI ของคุณจะช่วยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้คุณสามารถส่งข้อความที่เหมาะกับพวกเขามากขึ้นและได้รับอัตราการตอบกลับที่ดีขึ้น

2. Robotic Process Automation ระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์

ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่เรียกว่าระบบอัตโนมัติของกระบวนการหุ่นยนต์ (RPA) เพื่อทำให้การดำเนินงานแบบดิจิทัลเป็นไปโดยอัตโนมัติ

RPA ช่วยให้ผู้ใช้ซอฟต์แวร์สร้าง “บอท” หรือหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ที่สามารถเลียนแบบและดำเนินการตามขั้นตอนทางธุรกิจได้ ผู้ใช้สามารถใช้ระบบอัตโนมัติ RPA เพื่อสร้างบอทโดยเฝ้าดูพฤติกรรมดิจิทัลของมนุษย์ ให้บอทของคุณทำงานให้เสร็จหลังจากสาธิตวิธีทำให้สำเร็จ บอทซอฟต์แวร์ Robotic Process Automation (RPA) สามารถโต้ตอบกับแอปพลิเคชันหรือระบบใด ๆ ได้ในลักษณะเดียวกับที่ผู้คนทำ ยกเว้นว่าบอท RPA สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง รวดเร็วกว่ามาก และมีความแม่นยำและเชื่อถือได้ 100%

3. Natural Language Processing การประมวลผลภาษาธรรมชาติ

สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “การประมวลผลภาษาธรรมชาติ” (NLP) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาของ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ที่เกี่ยวข้องกับการให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถในการเข้าใจคำพูดที่เขียนและพูดในลักษณะที่คล้ายกับของมนุษย์ สามารถตอบโต้ได้

NLP ผสมผสานโมเดลทางสถิติ การเรียนรู้ของเครื่อง และการเรียนรู้เชิงลึกเข้ากับภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ ซึ่งเป็นการสร้างแบบจำลองตามกฎของภาษามนุษย์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ปัจจุบันคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลภาษามนุษย์ในรูปแบบของข้อความหรือข้อมูลเสียง และ “เข้าใจ” อย่างเต็มที่ในสิ่งที่กำลังพูดหรือเขียน รวมถึงความตั้งใจและความรู้สึกของผู้พูดหรือผู้เขียน

4. Cloud Computing

ข้อมูลและบริการถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ คลาวด์ หรือ ระบบการจัดการข้อมูล  ซึ่งเครื่องมือและโปรแกรมเหล่านี้ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล เครือข่าย และการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก

ที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ทำให้คุณสามารถบันทึกไฟล์ไปยังฐานข้อมูลระยะไกล แทนที่จะเป็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็นกรรมสิทธิ์หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในเครื่อง แกดเจ็ตอิเล็กทรอนิกส์สามารถเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่จำเป็นในการรันได้ตราบเท่าที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงการประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความเร็วและประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย คลาวด์คอมพิวติ้งจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทั้งบุคคลและองค์กร

Leave a Replay

About Me

ชอบที่จะแบ่งปันความรู้ ในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ เรื่อง ลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี หรือหลักแนวคิด mindset ที่สอดแทรกในเนื้อหา  และไม่พลาดที่จะอัพเดทรู้ใหม่ๆ ข่าวสาร และช่องทางการลงทุน อัพเดทให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

Recent Posts

Sign up for our Newsletter