NPV, IRR, MIRR, Payback Period: เปรียบเทียบ วิธีคำนวณแบบง่ายๆที่ควรวิเคราะห์ก่อนลงทุนทำธุรกิจ พร้อมตัวอย่างสูตรใน Excel

ใครที่กำลังคิดลงทุน ทำธุรกิจ จำเป็นต้องรู้เครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์เหล่านี้ ว่าธุรกิจหรือโปรเจคที่เรากำลังจะทำคุ้มหรือไม่ ได้ผลตอบแทนเท่าไร และระยะเวลาคืนทุนนานเท่าไร หรือเราเรียนอีกอย่าหนึ่งว่าการวิเคราะห์ประเมินโครงการ (project feasibility) เพื่อช่วยการตัดสินใจ

วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบลักษณะการใช้งาน และวิธีการคำนวณแบบง่ายๆกันค่ะ

NPVIRRMIRRPayback period
ชื่อเรียกมูลค่าปัจจุบันสุทธิ net present valueตอบแทนภายใน Internal Rate of Returnอัตราผลตอบแทนภายในที่ได้รับการปรับ Modified Internal Rate of Returnระยะเวลาคืนทุน
ความหมายผลต่างระหว่างมูลค่าปัจจุบันที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละปี และ มูลค่าปัจจุบันของเงินที่จ่ายออกไป โดยใช้ อัตราลด(discount rate) หรือค่าของต้นทุนมาคิด(cost of capital)อัตราผลตอบแทนกับมูลค่าปัจจุบันโดยไม่ได้พิจารณาร่วมกับต้นทุนเงินหรืออัตราคิดลดอัตราผลตอบแทนกับมูลค่าปัจจุบันโดยพิจารณาร่วมกับต้นทุนเงินหรืออัตราคิดลด ทำให้มีความใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าปีหรือช่วงระยะเวลาที่เราสามารถได้รับกระแสเงินสดที่ถึงจุดคุ้มทุน
ประโยชน์เพื่อดูว่าโครงการนี้ควรลงทุนหรือไม่ดูว่าอัตรผลตอบแทนสูงเท่าไรดูว่าอัตรผลตอบแทนสูงเท่าไร แม่นยำกว่าระยะเวลาคืนทุน
ค่าที่ดีNPV>1 ควรลงทุนIRR เป็นบวกMIRR เป็นบวกค่าน้อยหมายถึงคืนทุนเร็ว
สูตรใน Excel=Npv(cost of capital, CF1-CFn)=IRR(CF0-CFn)=IRR(CF0-CFn,cost of capital,cost of reinvest capital)*โดยทั่วไป cost of capital = cost of reinvest capital =จำนวนปีที่คืนทุน + (จำนวนที่เหลือหารด้วยจำนวนที่จะได้รับทั้งหมดในปีนั้น) เช่น ลงทุน 350 ได้คืนมาปีละ 200  ดังนั้นจะคืนทุนที่ปีที่  = 1+ (150/200)=1.75 ปี

CF0= กระแสเงินสด ณ ปีที่ 0

CFn= กระแสเงินสด ณ ปีสุดท้ายที่นำมาคิด

ตัวอย่างการคำนวณ NPV , IRR และ MIRR ใน Excel

โดยสูตรนี้เราจะใช้ในกรณีที่ เรารู้ค่า WACC (Weighted-Average Cost of Capital) คือต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ยของกิจการ ว่าการประกอบกิจการนี้มีต้นทุนการลงทุนเท่าไหร่ เราใช้ WACC ในการประเมินว่าควรลงทุนในโครงการนี้หรือไม่ ถ้า IRR > WACC จะถือว่าโครงการนั้นน่าลงทุน ถ้าไม่ทราบค่า WACC มีสูตรคำนวณ ดังนี้

WACC = We*Ke +Wd*Kd *(1-T)

We คือ สัดส่วนของผู้ถือหุ้น = ส่วนของผู้ถือหุ้น /(ส่วนของผู้ถือหุ้น+หนี้สินที่มีดอกเบี้ย)

Wd คือ สัดส่วนของเจ้าหนี้ = หนี้สินมีดอกเบี้ย /(ส่วนของผู้ถือหุ้น+หนี้สินที่มีดอกเบี้ย)

Ke  คือ ต้นทุนเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น (Cost of Capital) คำนวณจากสูตร CAPM  (Capital Asset Pricing Model) 

Kd คือ ต้นทุนเงินลงทุนของเจ้าหนี้ (Cost of Debt) ต้นทุนส่วนนี้ต้องลบอัตราภาษีออก เพราะว่าบริษัทสามารถนำดอกเบี้ยจ่ายไปลดภาษีได้

*Kd สามารถหาได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของหุ้นกู้ที่บริษัทออก

T คือ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ของไทยปกติใช้ 20%

…………………………………………………..

ในตัวอย่างนี้เป็นเพียงหลักการแบบง่ายๆสำหรับมือใหม่ไปหัดลองทำใน โปรแกรมExcel นะคะ

โดยตัวอย่างนี้เราจะถือว่าเราทราบ ค่า WACC มาแล้ว คือ 10%

เราต้องการเปรียบเทียบ 2 โปรเจค(project) โดยคิด 0- 3 ปีแรก

กำหนดให้ กระแสเงินสดปีที่0-3 (CF0- CF3) ของโปรเจค 1 ดังนี้ -100 , 10, 60, 80 และโปรเจค 2 คือ -100, 70, 50, 20

*ในปีที่ 0 กระแสเงินสดเราจะคิดเป็นลบ เนื่องจากเป็นเงินลงทุนที่ลงทุนออกไป

  1. หา NPV หลักการคือ ก่อนที่จะหา NPV รวมตั้งแต่ปี 0 – 3 ว่าทั้งหมดผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นเท่าไร เราต้องหาผลตอบแทนจากการลงทุนของปีที่ 1-3 ก่อน แล้วค่อยหักลบเงินลงทุนออกไปจึงจะได้ผลตอบแทน NPVที่แท้จริง ตามรูปภาพ ให้พิมพ์ =npv(wacc,กระแสเงินสดปีที่1-3 รวมกัน) จะได้NPVปีที่1-3 ออกมา หลังจากนั้นจึงนำ 100 มาหักลบออก
ใช้สูตร =npv(wacc,กระแสเงินสดรวมปีแรก-ปีสุดท้าย)
นำNPV ปีที่1-3 มาหักลบออกจาก 100

2.หา IRR. สามารถใช้สูตร = IRR(กระแสเงินสดปีที่1-3) ได้เลย ค่าที่ออกมาจะต้องหน่วยเป็นเปอร์เซ็น

IRR(จำนวนกระแสเงินสด, [อัตราที่คาดคะเน])

3.หา MIRR คล้ายกับ IRR แต่ MIRRจะนำ CF0 (เงินลงทุน) และ WACC มาคิดด้วย โดยใช้สูตร =MIRR(กระเงินสดปีที่0-3,WACC,WACC)

MIRR(จำนวนกระแสเงินสด, อัตราไฟแนนซ์, อัตราผลตอบแทนของการลงทุนซ้ำ)

หลังจากนั้นสามารถทำกระบวนการเช่นเดียวกันกับโปรเจคที่2 เพื่อเปรียบเทียบว่าโปรเจคไหนดีกว่าสำหรับการลงทุน รวมทั้งให้เพื่อพิจารณาร่วมกับการวางแผนทางการเงินได้อีกด้วย

Leave a Replay

About Me

ชอบที่จะแบ่งปันความรู้ ในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ เรื่อง ลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี หรือหลักแนวคิด mindset ที่สอดแทรกในเนื้อหา  และไม่พลาดที่จะอัพเดทรู้ใหม่ๆ ข่าวสาร และช่องทางการลงทุน อัพเดทให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

Recent Posts

Sign up for our Newsletter