วิธีคำนวนดอกเบี้ยเงินฝาก ทบต้น compound interest พร้อมตัวอย่างการใช้สูตรใน Excel

วิธีคำนวนดอกเบี้ยเงินฝาก ทบต้น compound interest พร้อมตัวอย่างการใช้สูตรใน Excel  จากการที่อัตราดอกเบี้ยประเภทต่างๆ  นั้นคำนวณเป็นอัตราร้อยละต่อปี รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยในทางเศรษฐศาสตร์จะสะท้อนมูลค่าของเวลา (Time Value) และสะท้อนมูลค่าของเงินซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราเงินเฟ้อ หรือ สภาวะที่เงินมีมูลค่าถูกเมื่อเทียบกับสินค้าและบริการ รวมเข้าไปด้วย ทำให้การคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ จะสามารถทำได้หลายวิธีเพื่อสะท้อนปัจจัยเหล่านั้น โดยมีตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบต่างๆ ที่ใช้บ่อยในปัจจุบัน ดังนี้ ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร? ดอกเบี้ยทบต้น (หรือดอกเบี้ยทบต้น) คือดอกเบี้ยเงินกู้หรือเงินฝากที่คำนวณจากทั้งเงินต้นเริ่มต้นและดอกเบี้ยสะสมจากงวดก่อนหน้า คิดว่ามีต้นกำเนิดในอิตาลีในศตวรรษที่ 17 ดอกเบี้ยทบต้นถือได้ว่าเป็น “ดอกเบี้ยจากดอกเบี้ย” และจะทำให้ผลรวมเติบโตในอัตราที่เร็วกว่าดอกเบี้ยธรรมดาซึ่งคำนวณเฉพาะในเงินต้นเท่านั้น อัตราที่ดอกเบี้ยทบต้นนั้นขึ้นอยู่กับความถี่ของการทบต้น ดังนั้นยิ่งจำนวนงวดการทบต้นมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยทบต้นก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ผลกระทบจากดอกเบี้ยต่อดอกเบี้ยสามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกมากขึ้นตามจำนวนเงินต้นเริ่มต้น บางครั้งการทบต้นจึงถูกเรียกว่า “พลังของดอกเบี้ยทบต้น”  สูตรคำนวณ ตัวอย่างคำนวณ บนโปรแกรม  Excel ลงทุนด้วยเงิน 1,000 บาท โดยอัตราดอกเบี้ยคือ 6% ต่อปี ปีแรกนักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ย เพิ่มมา 60 บาท และถ้านักลงทุนยังคงลงทุนต่อไปถึงปีที่ 5 จะได้รับดอกเบี้ยทบต้น เพิ่มจากปีแรก 338 […]

วิธีคำนวณดอกเบี้ยกู้บ้าน effective rate ในสูตร Excel

. ดอกเบี้ยเงินกู้นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ทางผู้ให้กู้กำหนดไว้ตายตัวและจะไม่มีการปรับอีกตลอดอายุการทำสัญญาหรือช่วงเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยกู้ซื้อรถยนต์ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 5 ต่อปีมีระยะเวลาในการผ่อนชำระคืน 6 ปี นั่นคือภายใน 6 ปีนี้เราเสียภาษีในร้อยละ 5 ไปตลอด อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) จะมีดอกเบี้ยเงินกู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามการลงทุนของผู้ให้กู้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนหรือผลกำไรก็ตาม ทางผู้ให้กู้ก็จะประกาศออกมาเป็นระยะโดยใช้ค่าหรือตัวย่อต่างๆ เช่น MLR, MOR, MRR เป็นต้น โดยทั่วไป ธนาคารจะใช้ MRR (Minimum Retail Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นดอกเบี้ยที่ใช้กับคนทั่วๆ ไป ที่ทำงานประจำ ที่มีประวัติการชำระเงินดีแต่มีความเสี่ยงในการชำระเงินอยู่บ้างนั่นเอง . ดอกเบี้ยที่ต้องชำระงวดนั้น = (เงินต้น x อัตราดอกเบี้ย x […]